<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="http://hdl.handle.net/123456789/4271" />
  <subtitle />
  <id>http://hdl.handle.net/123456789/4271</id>
  <updated>2026-04-09T13:14:34Z</updated>
  <dc:date>2026-04-09T13:14:34Z</dc:date>
  <entry>
    <title>สรุปข่าว กองทัพบกสหรัฐอเมริกาจะนำปืนไรเฟิล XM7 รุ่นใหม่ เข้าประจำการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567</title>
    <link rel="alternate" href="http://hdl.handle.net/123456789/4622" />
    <author>
      <name>ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA</name>
    </author>
    <id>http://hdl.handle.net/123456789/4622</id>
    <updated>2023-10-18T02:18:42Z</updated>
    <published>2023-10-18T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: สรุปข่าว กองทัพบกสหรัฐอเมริกาจะนำปืนไรเฟิล XM7 รุ่นใหม่ เข้าประจำการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567
Authors: ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA
Abstract: กองทัพบกสหรัฐอเมริกาจะนำปืนไรเฟิล XM7 รุ่นใหม่ เข้าประจำการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567
Description: กองทัพบกสหรัฐอเมริกาประกาศว่า จะนำปืนไรเฟิลอัตโนมัติ XM250 และปืนไรเฟิล XM7 แบบใหม่ที่ใช้กระสุนขนาด 6.8 มิลลิเมตร เข้าประจำการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 โดยปืนดังกล่าวถูกส่งให้แก่กองร้อยที่ 101 Airborne Division เมื่อ 20 กันยายน 2566 เพื่อเริ่มทดสอบการใช้งานในช่วงเดือนตุลาคม 2566 ทั้งนี้ นาย Douglas R. Bush ผู้ช่วยเลขาธิการทหารบกด้านการจัดซื้อจัดจ้าง โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า มีการตรวจพบควันพิษเกิดขึ้นจากการใช้งานปืนดังกล่าว แต่มีความมั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้ทันตามกำหนด โดยปืนไรเฟิล XM7 จะนำมาใช้งานทดแทนปืนสั้น M4/M4A1 ส่วนปืนไรเฟิลอัตโนมัติ XM250 จะนำมาใช้งานทดแทนปืนอัตโนมัติ M249 Squad Automatic Weapon (SAW)</summary>
    <dc:date>2023-10-18T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>สรุปข่าว ไต้หวันเปิดตัวเรือดำน้ำลำแรกที่สร้างขึ้นเอง</title>
    <link rel="alternate" href="http://hdl.handle.net/123456789/4621" />
    <author>
      <name>ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA</name>
    </author>
    <id>http://hdl.handle.net/123456789/4621</id>
    <updated>2023-10-18T02:18:34Z</updated>
    <published>2023-10-18T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: สรุปข่าว ไต้หวันเปิดตัวเรือดำน้ำลำแรกที่สร้างขึ้นเอง
Authors: ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA
Abstract: ไต้หวันเปิดตัวเรือดำน้ำลำแรกที่สร้างขึ้นเอง
Description: เมื่อ 28 กันยายน 2566 นางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันเปิดตัวเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ลำแรกที่สร้างขึ้นเองสำหรับกองทัพเรือไต้หวัน ณ อู่ต่อเรือบริษัท CSBC Corporation ของไต้หวัน โดยเรือมีความยาว 70 เมตร ความกว้าง 8 เมตร มีระวางขับน้ำเต็มที่ 2,700 ตัน และเป็นเรือที่มีความคล่องตัวในน้ำตื้น ซึ่งมีกำหนดส่งมอบในปี 2568 และมีแผนจะสร้างทั้งหมด 8 ลำ โดยจะนำมาใช้งานทดแทนเรือดำน้ำชั้น Hai Shih จำนวน 2 ลำ ที่เคยประจำการในกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้าชั้น Hai Lung จำนวน 2 ลำ ที่จัดหาจากเนเธอร์แลนด์ในช่วงปี ค.ศ. 1987-1988</summary>
    <dc:date>2023-10-18T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>สรุปข่าว นิวซีแลนด์ออกคำขอข้อเสนอ (RFP) เพื่อจัดหาระบบดิจิทัล และระบบสื่อสารสำหรับยานเกราะ Bushmaster</title>
    <link rel="alternate" href="http://hdl.handle.net/123456789/4620" />
    <author>
      <name>ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA</name>
    </author>
    <id>http://hdl.handle.net/123456789/4620</id>
    <updated>2023-10-18T02:18:26Z</updated>
    <published>2023-10-17T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: สรุปข่าว นิวซีแลนด์ออกคำขอข้อเสนอ (RFP) เพื่อจัดหาระบบดิจิทัล และระบบสื่อสารสำหรับยานเกราะ Bushmaster
Authors: ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA
Abstract: นิวซีแลนด์ออกคำขอข้อเสนอ (RFP) เพื่อจัดหาระบบดิจิทัล และระบบสื่อสารสำหรับยานเกราะ Bushmaster
Description: เมื่อ 28 กันยายน 2566 กระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์ได้ออกคำขอข้อเสนอ (Request For Proposal : RFP) เพื่อระบบดิจิทัล และระบบสื่อสารแบบใหม่ สำหรับยานเกราะ Bushmaster แบบ 4x4 ของกองทัพบกนิวซีแลนด์ ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพล ด้วยการสร้างระบบแผนที่นำทางดิจิทัลตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง (Real-Time Digital Map) มีวิทยุ และช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัยในระหว่างการปฏิบัติภารกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจร่วมกับประเทศพันธมิตรของนิวซีแลนด์อีกด้วย จากหนังสือ RFP นิวซีแลนด์ต้องการหาผู้รับผิดชอบในการออกแบบและติดตั้งหลัก (Prime System Integrator) ให้กับระบบสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล ที่สามารถดูแลการติดตั้งรวมไปถึงการฝึกอบรมผู้ใช้งาน ภายใต้โครงการ Network Enabled Army (NEA) ของกระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์</summary>
    <dc:date>2023-10-17T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>สรุปข่าว ญี่ปุ่นมีแผนจะพัฒนาขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางแบบใหม่</title>
    <link rel="alternate" href="http://hdl.handle.net/123456789/4619" />
    <author>
      <name>ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA</name>
    </author>
    <id>http://hdl.handle.net/123456789/4619</id>
    <updated>2023-10-18T02:18:18Z</updated>
    <published>2023-10-17T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: สรุปข่าว ญี่ปุ่นมีแผนจะพัฒนาขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางแบบใหม่
Authors: ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA
Abstract: ญี่ปุ่นมีแผนจะพัฒนาขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางแบบใหม่
Description: กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น (MoD) ร่วมกับสำนักงานจัดหา เทคโนโลยีและส่งกำลังบำรุง (Acquisition, Technology and Logistics Agency : ATLA) ของญี่ปุ่นประกาศว่า มีแผนจะทำโครงการวิจัยและพัฒนาต่อยอดขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง (Medium Range Air-to-Air Missile : AAM) แบบใหม่ในปี 2567 โดยจะใช้งานขีปนาวุธแบบใหม่นี้บนเครื่องบินขับไล่ Global Combat Air Programme (GCAP) ยุคที่ 6 ให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติงบประมาณในการดำเนินโครงการ 123.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะพัฒนาต่อจากโครงการ Joint New AAM (JNAAM) ที่ญี่ปุ่นได้วิจัยและพัฒนาขีปนาวุธนำวิถีด้วย Acitve-Radar ร่วมกับสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2557 และมีกำหนดสิ้นสุดโครงการในปี 2566 ทั้งนี้ โครงการ JNAAM มีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นฐานการผลิตขีปนาวุธ เพื่อนำมาต่อยอดและผลิตขึ้นเองภายในประเทศของทั้งสองฝ่าย</summary>
    <dc:date>2023-10-17T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

