<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://hdl.handle.net/123456789/3783">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>http://hdl.handle.net/123456789/3783</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://hdl.handle.net/123456789/4434" />
        <rdf:li rdf:resource="http://hdl.handle.net/123456789/4433" />
        <rdf:li rdf:resource="http://hdl.handle.net/123456789/1412" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-04T03:56:07Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://hdl.handle.net/123456789/4434">
    <title>Spin Launch การส่งดาวเทียมเข้าวงโคจรต่ำด้วยการโยน</title>
    <link>http://hdl.handle.net/123456789/4434</link>
    <description>Title: Spin Launch การส่งดาวเทียมเข้าวงโคจรต่ำด้วยการโยน
Authors: ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA
Abstract: Spin Launch การส่งดาวเทียมเข้าวงโคจรต่ำด้วยการโยน
Description: ในปัจจุบัน เราใช้ประโยชน์จากสัญญาณดาวเทียมได้มากมายทั้งในการทหาร และการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น การสื่อสาร การสำรวจลาดตระเวนจากภาพถ่าย การนำทางด้วยสัญญาณ GPS สัญญาณโทรทัศน์ โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ทำให้เห็นได้ชัดว่า ดาวเทียมมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม การส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรในอวกาศในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายที่มหาศาล และมีความซับซ้อนสูงมาก ส่งผลมาจากวิธีการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรแบบดั่งเดิม ที่ใช้พลังงานจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเหลว สร้างแรงผลักดันเพื่อส่งกระสวยออกนอกชั้นบรรยากาศนั้นใช้เชื้อเพลิงในปริมาณมหาศาล ทำให้ผู้ใช้งานจำเป็นต้องออกแบบให้กระสวยอวกาศมีความซับซ้อนในการบรรทุกเชื้อเพลิง มีการปลดถังเชื้อเพลิงที่ใช้จนหมดแล้วทิ้ง เพื่อลดน้ำหนักและมีการจุดระเบิดหลายขั้นตอน ส่งผลค่าใช้จ่ายในการส่งกระสวยอวกาศส่วนใหญ่ จึงมาจากค่าเชื้อเพลิงที่จำเป็นต้องใช้งาน จนสามารถกล่าวได้ว่า ร้อยละ 90 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นค่าเชื้อเพลิง การส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรครั้งแรกของโลกใช้งบประมานถึง 1 ล้านดอลลาร์ ต่อน้ำหนักของดาวเทียม 1 กิโลกรัม</description>
    <dc:date>2023-06-09T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://hdl.handle.net/123456789/4433">
    <title>แนวโน้มเทคโนโลยีอวกาศและขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย</title>
    <link>http://hdl.handle.net/123456789/4433</link>
    <description>Title: แนวโน้มเทคโนโลยีอวกาศและขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย
Authors: ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA
Abstract: แนวโน้มเทคโนโลยีอวกาศและขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย
Description: ห้วงอวกาศถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ปฏิบัติการใหม่ที่ได้รับความสนใจในด้านความมั่นคง ซึ่งเริ่มขยายวงกว้างจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นจำนวนมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศที่เริ่มขยายตัวออกจากชาติมหาอำนาจหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน ไปยังชาติอุตสาหกรรมศักยภาพสูง เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย สหภาพยุโรป รวมไปถึงภาคเอกชนที่มีขีดความสามารถ เช่น SpaceX ทำให้ต้นทุนการปฏิบัติการในอวกาศต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จนแม้แต่ชาติกำลังพัฒนาก็สามารถใช้ประโยชน์จากห้วงอวกาศสากลได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ดาวเทียมขนาดเล็ก (CubeSat) ที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ (Payload) หลากหลาย และสามารถส่งขึ้นอวกาศครั้งละมาก ๆ ผ่านบริการภาคเอกชนได้ในราคาประหยัด รวมไปถึงความพยายามของภาคเอกชนขนาดใหญ่ เช่น SpaceX และ Amazon ที่ผลักดันให้ห้วงอวกาศเป็นเครือข่ายโทรคมนาคมแห่งใหม่ ด้วยดาวเทียมขนาดเล็กจำนวนหลายหมื่นดวง เพื่อทดแทนการวางโครงข่ายใยแก้วนำแสงข้ามทวีปแบบเดิม โดยแนวโน้มของการใช้ห้วงอวกาศจะมุ่งเน้นไปที่ ระบบดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low-Earth Orbit Satellites Systems) ซึ่งหมายถึง ระบบดาวเทียม Low-Earth Orbit Satellites (LEO) ที่ทำงานจาก 500 กิโลเมตร ถึง 2,000 กิโลเมตรเหนือพื้นผิวโลก ในขณะที่ดาวเทียมสื่อสารแบบดั้งเดิมนั้นประจำการอยู่สูงกว่ามากโดยประมาณ 36,000 กิโลเมตรและเดินทางในวงโคจรที่เรียกว่า Geosynchronous ทั้งนี้ การเคลื่อนที่ของ LEO Satellites ด้วยความเร็วของการหมุนของโลกและโคจรลอยอยู่เหนือจุดคงที่วงโคจรที่ใกล้กว่าจะเอื้อต่อการเดินทางของสัญญาณที่เร็วกว่า ซึ่งทำให้การได้รับและส่งกลับข้อมูลระหว่างสถานีรับหรือที่เรียกว่า เวลาแฝง มีความเร็วมากกว่าดาวเทียมที่มีวงโคจรสูงกว่าหรือดาวเทียมที่อยู่ไกลออกไป และเนื่องจากสัญญาณดาวเทียมสามารถเดินทางผ่านสุญญากาศได้เร็วกว่าผ่านสายไฟเบอร์ออปติก ดาวเทียม LEO จึงมีศักยภาพในการแข่งขันในด้านความเร็วเหนือกว่าเครือข่ายภาคพื้นดิน</description>
    <dc:date>2023-06-09T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://hdl.handle.net/123456789/1412">
    <title>บทความเรื่อง จรวดต่อต้านดาวเทียมของอินเดีย</title>
    <link>http://hdl.handle.net/123456789/1412</link>
    <description>Title: บทความเรื่อง จรวดต่อต้านดาวเทียมของอินเดีย
Authors: ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, TTA
Abstract: บทความเรื่อง จรวดต่อต้านดาวเทียมของอินเดีย
Description: ประเทศอินเดียมีความพยายามในการพัฒนาเพื่อผลิตจรวดต่อต้านดาวเทียมจากทรรศนะภัยคุกคามของ&#xD;
จีน และความขัดแย้งด้านพรมแดนกับปากีสถาน ภายใต้สภาวะที่จากัด เมื่อสหรัฐอเมริกาหยุดความช่วยเหลือหลังอินเดียพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีหลักฐานการพัฒนาจรวดต่อต้านดาวเทียมเมื่อปี ค.ศ. 2010 เปิดเผยโดยหน่วยงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศของอินเดีย หรือ Defence Research and Development Organisation (DRDO) ว่าตามแผนกลยุทธ์ของกระทรวงกลาโหมอินเดียปี 2010 ระบุว่ามีการพัฒนา ASAT ทั้งในระดับวงโคจรระยะต่า (Low Earth Orbit) คือ จากพื้นโลกขึ้นไป 2,000 กม. และในระดับสูงกว่าวงโคจรค้างฟ้า (Geosynchronous orbit) ขึ้นไปจนถึง 35,000 กม. .........</description>
    <dc:date>2020-08-07T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

